“การก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน”

“การก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน” ทางเลือกใหม่ในยุคน้ำมันแพง
คุณวุฒินัย กกกำแหงคุยกับคุณ วุฒินัย กกกำแหง เจ้าหน้าที่ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่ชนบท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ความเป็นมาของเทคโนโลยีบล็อกประสานนั้นเริ่มต้นจากงานวิจัยในห้องปฎิบัติการ มีทรายค่อนข้างสูง นำมาผสมกับซีเมนต์แล้วทำการอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดที่เรียกว่า Cinva – Ram ซึ่งเป็นเครื่องอัดมือโยกจะได้ แท่งดินก่อสร้าง (Soil Block) ซึ่งต่อมาเรียกว่า บล็อกดินซีเมนต์ (Soi l -ปริมาณ (Cement Block) มีลักษณะเป็นดินก้อนตันขนาดค่อนข้างใหญ่ (15*30*10 ซม.) และมีน้ำหนักมาก ก้อนหนึ่งหนัก 8-7 กก. ทำหน้าเป็นทั้งผนัง และโครงสร้างไปพร้อมกัน ในปี 2513 – 2526 งานบล็อกซีเมนต์ถูกนำไปเผยแพร่โดยสาขาวิจัยอุตสาหกรรมก่อสร้างของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ให้แก่ประชาชนที่สนใจ และนำไปใช้ในโครงการการพัฒนาชนบทต่างๆ ทั้งของสถาบันเองและองค์กรพัฒนาอื่นๆ

ปี 2527 มีการปรับปรุงจากที่เป็นดินซีเมนต์ก้อนตันมาเป็นรูปแบบที่มีเดือนล็อกเพื่อช่วยให้ก่อง่ายขึ้น และปรับขนาดก้อนให้เล็กลงเป็น 12.5*25.0*10.0 ซม. ทำให้น้ำหนักเบาขึ้นเชื่อมติดกันด้วยปูนทรายเหลวแทนการใช้ปูนก่อทั่วไป เรียกว่า อินเตอร์ล็อกกิ้งบล็อก (Interlocking Block) และมีการพัฒนารูปแบบต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันกระทั่งในปี 2541 ได้มีการใช้บล็อกดินซีเมนต์ (อินเตอร์ล็อกกิ้งบล็อก) กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เกิดการเรียกชื่อที่แตกต่างกันออกไปมากมาย จึงได้มีการกำหนดชื่อเรียกบล็อกประเภทนี้ว่า บล็อกประสาน และใช้กันต่อมาจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขว้างถึงปัจจุบันนี้
บล็อกประสานคืออะไร : บล็อกประสานคือวัสดุก่อรับน้ำหนักที่ได้ทีการพัฒนารูปแบบให้มีรู
บล็อกประสาน
และเดือยตรงตัวบล็อก เพื่อให้สะดวกในการก่อสร้าง โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ได้แก่ ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย หรือวัสดุเหลือทิ้งต่าง ๆ ที่มีตามความเหมาะสม นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ และน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม อัดเป็นก้อนด้วยเครื่องอัดแล้วนำมาบ่มให้บล็อกแข็งตัวประมาณ 7 วัน จะได้คอนกรีตบล็อกที่มีความแข็งแกร่งมีรูปลักษณะพิเศษ
ที่สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วสวยงาม และประหยัดกว่างานก่อสร้างทั่วไป

บล็อกประสานสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน
1. บล็อกตรงหรือทรงสี่เหลี่ยมใช้สำหรับก่อสร้างอาคาร
2. บล็อกโค้งใช้สำหรับก่อสร้างถังเก็บน้ำ (15*30*10 ซม.)

ตัวอย่างดินที่ได้ส่งมาวิจัยวัสดุที่เหมาะสมสำหรับทำบล็อกประสาน จะมีมวลรวมละเอียดของตัวบล็อกเล็กกว่า 4 มม. ได้แก่ ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย และเถ้าลอย จากโรงงานไฟฟ้าโดยมวลรวมละเอียดที่ใช้ควรแบ่งตามมาตรฐานการแบ่งคุณภาพดิน และมวลรวมสำหรับงานก่อ สร้างทางหลวงคือ มีฝุ่นดินไม่เกินร้อยละ 35 โดยน้ำหนัก หรือทดสอบเบื้องต้นได้โดยนำดินใส่ขวดครึ่งหนึ่งเติมน้ำแล้วเขย่าให้เข้ากัน สังเกตุส่วนที่ตกตะกอนทันทีแล้วขีดเส้นไว้ รอตะกอนตกทั้งหมดจนน้ำใสวัดตะกอนฝุ่นแล้วไม่ควรมีค่าเกินร้อยละ 15 โดยปริมาตร แต่กรณีที่วัตถุดิบมีมวลหยาบอยู่มากสามารถใช้เครื่องบดร่อนให้ผิวบล็อกเรียบขึ้นได้

 

ขั้นตอนการทำบล็อกประสาน วว. เตรียมดินที่เหมาะสมกำหนดสัดส่วนหากวัตถุดิบมีความชื้นมากควรนำไปตากให้แห้ง และเก็บในที่ร่มเสมอ หากดินมีก้อนใหญ่หรือมวลหยาบมากควรใช้เครื่องบดร่อนก่อนจะนำไปกองเก็บในที่ร่มเพื่อรอการผลิตต่อไป ในขั้นตอนของการผสมนั้นควรผสมดินแห้ง หรือมวลรวมกับซีเมนต์ให้เข้ากันก่อนแล้วค่อยเติมน้ำสะอาดโดยใช้ฝักบัว หรือหัวฉีดพ่นให้เป็นละอองกว้างจากนั้นจึงเอาเข้าเครื่องอัดโดยตวงวัดหน่วยเป็นน้ำหนัก ควรใช้ส่วนผสมให้หมดภายใน 30 นาที หลังจากผสมน้ำเพื่อป้องกันปูนก่อตัวก่อนอัดขึ้นรูป จากนั้นผึ่งในที่ร่มอย่างน้อย 1 วันจึงเริ่มบ่ม

เครื่องผสมดินและซีเมนท์

 

 

 

 

 

วิธีการบ่ม หลังจากนำมาจัดเรียงในที่ร่มครบ 1 วันแล้ว ให้เริ่มบ่มด้วยการฉีดน้ำรดให้ชุ่ม คลุมด้วยผ้าพลาสติกไม่ให้ไอน้ำระเหยออก ทิ้งไว้อีก 6 วัน จนครบ 7 วัน ตัวบล็อกประสานจะมีความแข็งแรงพร้อมจำหน่าย หรือใช้งานได้

เครื่องอัด/ไฮดรอลิก เป็นเครื่องอัดอุตสาหกรรมขนาดย่อมใช้มอเตอร์เป็นตัวขับน้ำมันสร้างแรงดันในท่อไฮดรอลิก ซึ่งสามารถผลิตได้วันละประมาณ 1000 -1300 ก้อน เนื่องจากอัดได้ครั้งละ 2-4 ก้อน

ปูนซีเมนต์สำหรับบล็อกประสาน จะใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (ปูนโครงสร้าง) ทำให้ก้อนบล็อกประสานมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำได้ดีกว่าใช้ปูนซีเมนต์ผสม (ปูนก่อฉาบ) อัตราส่วนผสมส่วนใหญ่จะอยู่ที่ปูนซีเมต์ต่อมวลรวมประมาณ 1: 6 ถึง 1: 7 โดยน้ำหนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของมวลรวมด้วย

เครื่องอัดบล็อกประสาน/แรงคน เป็นเครื่องอัดโดยอาศัยแรงคนแบบมือโยกใช้การทดแรงแบบคานงัดคานดีด จะสามารถผลิตได้วันละประมาณ 400-800 ก้อน ขึ้นอยู่กับจำนวนแรงงานและความชำนาญ

การก่อสร้างอาคารบล็อกประสานโดยใช้ระบบผนังหรือเสาบล็อก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำให้ประหยัดงบประมาณการก่อสร้างมากกว่าการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีระบบฐานรากและหลังคาแบบทั่วไป ดังนี้

1. ระบบผนังรับน้ำหนัก (Bearing Wall) การถ่ายน้ำหนักต่างๆ ที่กระทำในอาคาร และแรงภายนอกที่มากระทำต่ออาคาร ในระบบบเสาคานทั่วไปน้ำหนักต่างๆ จะถ่ายลงสู่คาน และคานถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา จากเสาก็จะถ่ายน้ำหนักลงสู่ส่วนฐานราก แต่ในกรณีของระบบผนังรับน้ำหนักที่ก่อจากบล็อกประสาน แรงทั้งหมดจะถ่ายลงสู่ก้อนบล็อก โดยจะกระจายน้ำหนักสู่บล็อกแต่ละก้อนเท่าๆ กันไล่ลงมาเรื่อยๆ ตามลำดับจนกระทั่งลงมาถึงส่วนของฐานรากทำให้รับน้ำหนักได้ดี ต้านทานแรงกระทำต่างๆ ได้ดี การทรุดตัวของบ้าน, ดิน ต่ำ

2. ระบบฐานราก ในระบบบเสาคานทั่วไปน้ำหนักต่างๆ จะถ่ายลงสู่ฐานรากเป็นจุด (Point Load) จึงต้องออกแบบให้รองรับน้ำหนักที่กดลงจุดที่พบทั่วๆ ไปคือ ฐานรากตื้น (Shallow Foundation) และฐานรากเสาเข็ม (Pile Foun -dation) แต่ระบบผนังรับน้ำหนักนั้น บล็อกทุกก้อนจะช่วยกันรับน้ำหนักตัวอาคาร ดังนั้นน้ำหนักที่ถ่ายลงสู่ชั้นฐานรากที่ใช้จึงมีความหลากหลายมากกว่า เช่น ฐานรากแผ่ (Mat Foundation) และฐานรากตามยาว (Strip Footing) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

3. ระบบพื้น พื้นที่ใช้ในระบบอาคารผนังรับน้ำหนักนั้นเป็นพื้นหล่อในที่ (Cast-in-Place Slab) ต้องมีการเสริมเหล็กอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดการส่งถ่ายแรง และเกิดการยึดรั้งผนังทุกด้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ผลของการยึดรั้งจะส่งผลถึงค่าสัดส่วนความสูงชะลูด (ความสูงของผนัง/ความกว้างของผนัง) ในการออกแบบอาคารบวกกับการหล่อแบบไดอะแฟรม (Diaphragm) ที่จะใช้การยึดปลายผนังต่างๆ เข้าด้วยกันโดยอาศัยจุดเชื่อมต่อระหว่างผนังแต่ละด้าน ซึ่งต้องเสริมเหล็กช่วยในการถ่ายแรงเพื่อให้มีความเหนียวเพียงพอ

ภาพรวมของธุรกิจบล็อกประสานในปัจจุบัน มีความเป็นธูรกิจมากขึ้น สังเกตุได้จากขนาดของโรงงานผลิตนั้นเปลี่ยนจากขนาดเล็กมาเป็นโรงงานที่ลงทุนเบื้องต้นด้วยเงินหลายล้านบาทนั้น ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ ด้านเครื่องจักร เครื่องมือ – พาหนะในการขนส่งผลิตภัณฑ์ และความพร้อมทางด้านเงินทุนหมุนเวียนมากกว่าอดีต เนื่องจากผู้ประกอบการมีความมั่นใจในตลาดมากขึ้น โดยอัตราการเติบโตของโรงงานในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับธุกิจบล็อกประสานเป็นธุรกิจขนาดเล็กโดยธรมชาติที่ต้องอ้างอิงอยู่กับแหล่งวัตถุดิบ แต่ถ้าดูจากการเติบโตของโรงงานยังอยู่ในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าให้เห็นว่าธุรกิจบล็อกประสานนั้นเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น ซึ่งหมายถึงความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพนี้ก็มีมากเช่นกันในอนาคต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: