บ้านประหยัดพลังงาน รับโลกร้อน

Khun Pisonคุยกับ พิสันต์ ไตรติลานันท์ เจ้าของดีกรีด้าน Tropical Architecture สร้างบ้านรับโลกร้อน

 

 

 

 

         

 

           ภายหลังจากจบการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ พิสันต์ ไตรติลานันท์ เลือกที่จะศึกษาต่อทางด้าน Tropical Architecture (สถาปัตยกรรมเขตร้อน) และสร้างสรรค์งานออกแบบทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน และงานภูมิทัศน์ รวมถึงดูแลงานก่อสร้างในนามของ DESIGN CODE CO.,LTD.

สถาปัตยกรรมเขตร้อนศึกษาเกี่ยวกับอะไร

          เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงเฉพาะเขต tropical คือ เขตที่ประเทศไทยตั้งอยู่ ยกตัวอย่างเช่น งานสมัยใหม่ๆ บางทีไปลอกหนังสือฝรั่งมาเป็นงานกระจกจะรับความร้อนเข้ามาในอาคาร มันดูสวยดี แต่สำหรับเขตร้อนจะเน้นพวกทิศทางลมที่เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานที่เหมาะสมกับพื้นที่ของเรา

รูปแบบสถาปัตยกรรมต่างประเทศจะนำมาประยุกต์ใช้ในเมืองไทยอย่างไร

          บ้านของยุโรปก็มีข้อดีหลายอย่าง แต่หลักๆ ที่ส่วนใหญ่คนจะเลือกบ้านยุโรปเขาเลือกที่สไตล์การแต่ง เขาไม่ได้ดูที่การใช้งานเพราะการใช้งานของยุโรปกับของไทยจริงๆ ก็แตกต่างกันเยอะเหมือนกันของไทยจะเน้นความโล่ง สังเกตบ้านต่างจังหวัดส่วนใหญ่พอเดินเข้าบ้านไปเขาจะไม่มีอะไรกั้นเลย ข้างล่างเป็นพื้นที่โล่งอย่างเดียว เขาใช้งานหลากหลาย มีการดัดแปลงการใช้งาน ส่วนบ้านยุโรปส่วนใหญ่จะเน้นความเป็นสัดเป็นส่วนที่ค่อนข้างจะกะทัดรัด จริงๆ มันก็ดัดแปลงได้ถ้าเราเอาการใช้สอยมาให้เข้ากับการใช้งานของเรา แต่เอาแค่สไตล์เขามา

การออกแบบสถาปัตยกรรมเขตร้อนมีลักษณะเฉพาะอย่างไร

          ถ้าใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่จะมีข้อดีอื่นๆ ตามมา อย่างเช่นเรื่องของการประหยัดพลังงาน อย่างถ้าเขตเรารับลมได้ดีก็จะช่วยระบายความร้อนของตัวบ้านได้ภาระแอร์ก็น้อยลง

ศึกษาด้านนี้แล้ววิธีคิดในการออกแบบเปลี่ยนไปไหม

          วิธีออกแบบหลักๆ คงเหมือนเดิม แต่เป็นแนวความคิดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้นคือ tropical จะเน้นไปเรื่องการประหยัดพลังงาน การเรียน tropical architecture จะประมวลผลทุกอย่างออกมา สุดท้ายเพื่อเหตุผลเดียวคือ ใช้พลังงานอาคารให้น้อยที่สุดและให้คนอยู่สบายที่สุดโดยใช้พลังงานที่น้อย

การประหยัดพลังงานทำได้โดยวิธีอะไร

          หลักๆ ถ้าเรื่องง่ายๆ ที่ทำได้เลยก็เรื่องการจัดทิศทางของช่องเปิดอาคาร เน้นเรื่องการจัดการลมธรรมชาติ แต่เรื่องนี้ก็ต้องให้สถาปนิกที่ดูแลโครงการนั้นพิจารณาเป็นโครงการไป เพราะว่าบางโครงการสถานที่ก็ไม่ควรจะรับลม ถ้ากรณีรับลมไม่ได้ก็จะมีเรื่องการออกแบบผนังการวางพื้นที่ใช้สอยในการป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคารให้ได้มากที่สุด การเลือกวัสดุ เพราะว่าเมืองไทยอยู่ในเขตเมืองร้อนเพราะฉะนั้นความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด

ปกติในโครงการหนึ่งจะออกแบบครบวงจรเลยไหม

          แล้วแต่ลูกค้า แรกๆ ผมรับงานดีไซน์มาก่อน ลูกค้าก็หาช่างมา แล้วให้ผมช่วยไปคุมงาน คุมไปคุมมาเหมือนทำเอง เหมือนกลายเป็นงานเรา ระยะหลังพอสนิทกับช่างและมีทีมงานที่พอจะทำได้ เลยรับงานเอง ไล่มาเรื่อยๆ อย่างงาน ‘สวน’ พอทำไปทำมาก็มีทีมงานทำสวนรู้สึกเข้าขากัน ผมก็กล้าที่จะรับงานเอง

การทำงานแบบครบวงจรมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

          ถ้าเรื่องคุณภาพของงานในความเห็นของผม ทำเองคนทำแบบก็เข้าใจในตัวแบบดีกว่าคนอื่น แต่ข้อเสียคือบางเจ้าเมื่อเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างเวลามีการเปลี่ยนแปลง หรือว่าทำอะไรที่นอกเหนือจากแบบ เจ้าของอาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อยู่ที่ว่าเจ้าของเขาจะทันหรือเปล่า หรือตกลงกันอย่างไร นี่ไม่ได้หมายถึงบริษัทผมนะครับ (หัวเราะ)

เปิดบริษัทเองกับเป็นพนักงานบริษัทแตกต่างกันอย่างไร

          ความเสี่ยง ทำบริษัทงานยุ่งแค่ไหน 5 โมง 6 โมง ก็รู้สึกสบายใจ เลิกงานเสร็จก็พักผ่อน แต่ว่าถ้ามาทำเอง บางทีงานมันจะตามกลับมาที่บ้าน เพราะว่าทุกโครงการต้องคุมให้อยู่

ชอบงานด้านไหนมากที่สุด

          ผมเป็นสถาปนิก ชอบงานอาคารมากที่สุด ถนัดเลย แต่ช่วงนี้มีงานตกแต่งภายในมาเยอะ เพราะคนบอกกันลักษณะปากต่อปาก จริงๆ ชอบงานออกแบบพวกอาคารสาธารณะ แต่ก่อนเคยเน้นมาที่งานออกแบบบ้าน แต่รู้สึกว่ารายละเอียดมันเยอะ บางทีเราทำในรูปแบบบริษัท ซึ่งยังไม่ถึงกับเป็นบริษัทที่ใหญ่ เพราะฉะนั้นการที่จะส่งคนไปเจาะเก็บรายละเอียดเพื่อให้งานมีคุณภาพมันต้องใช้เวลาเยอะในแต่ละงาน

งานออกแบบบ้านกับอาคารสาธารณะอย่างอพาร์ตเมนต์ต่างกันอย่างไร

          งานบ้านเป็นงานเฉพาะเจาะจงไปถึงบุคลิกนิสัยของคน แต่อพาร์ตเมนต์เป็นงานเหมือนเชิงพาณิชย์ต่างกันเยอะเหมือนกัน บางทีการทำอพาร์ตเมนต์ทั้งหลังอาจจะง่ายกว่าทำบ้านแค่หลังเดียว

งานออกแบบแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

          พื้นฐานเริ่มต้นก็มาจากอย่างเดียวกันคือ การใช้งาน อย่างจัดสวนก็มีการใช้งานมีการวางพื้นที่ใช้งานส่วนไหน ให้ร่มเงาตรงไหน เพื่ออะไร คือการใช้งานมาก่อน ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยจะเป็นแล้วแต่เฉพาะทาง อย่างจัดสวนก็จะเป็นเรื่องเลือกต้นไม้ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เรื่องความสวยงามและทนทาน ทางด้านตกแต่งภายในก็มีเหมือนกัน การเลือกใช้วัสดุในครัวกับในตัวบ้านก็ต้องต่างกัน ในห้องน้ำก็ต้องอีกแบบหนึ่ง ก็แตกย่อยไปอะไรอย่างนี้

งานออกแบบสวนขนาดของพื้นที่ส่งผลกับการออกแบบอย่างไร

          มีผลเยอะครับ มีผลกับการเลือกต้นไม้ ตัวอาคารก็มีผลเพราะจะกำหนดทิศทางของแดดลมอะไรทุกอย่าง จะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งการวางต้นไม้เล็กและใหญ่คร่าวๆ นักออกแบบภูมิทัศน์ที่ออกแบบเก่งๆ เขาไม่ได้มาถึงแล้วคิดว่าจะใช้ต้นไม้อะไร เขาจะมาดูพื้นที่และอาคาร จะคำนวณทุกอย่างตามประสบการณ์และหลักวิชาการ จะรู้เลยว่าตรงนี้ต้องมีต้นไม้ใหญ่ ตรงนี้ขนาดกลางพุ่มหนาพุ่มบางอะไรอย่างนี้ แล้วค่อยเอาต้นไม้มาจับกับสไตล์งาน ถ้างานออกแนวสปารีสอร์ทอาจจะชอบพวกลีลาวดี ค่อยเอาต้นลีลาวดีขนาดกลางที่เป็นลีลาวดีมาวางตำแหน่งนั้น แล้วมาดูอีกทีว่าพื้นที่ตรงนี้ลีลาวดีปลูกขึ้นแล้วทนไหม

ระยะเวลาในการออกแบบขึ้นอยู่กับอะไร

          ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของงาน แต่สำหรับผมอยู่ที่ชนิดของงานมากกว่า ถ้าโรงงานขนาดใหญ่กับงานที่ลงรายละเอียดอย่างแกลลอรีที่มีรายละเอียดเยอะๆ แกลลอรีจะใช้เวลานานกว่า แต่ถ้าระยะเวลาในการก่อสร้างอยู่ที่ขนาดของโครงการ

ส่วนตัวชอบงานออกแบบสไตล์ไหน

          ชอบ contemporary กับ minimal อย่าง contemporary ผมรู้สึกมันไม่จัดจ้านไปทางโมเดิร์นจนเกินไป ผมชอบอะไรที่ดูแล้วอยู่ได้นานๆ ส่วน minimal ก็ดูเรียบสบายตาสามารถเข้าถึงคนหลายๆ กลุ่มได้ บางทีสถาปนิกก็ต้องเดาทางลูกค้าให้ถูกอย่างรวดเร็ว เพราะถ้ามัวไปคลำอยู่นาน กว่าจะได้แต่ละแบบออกมาจะใช้เวลาค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นการเลือกสไตล์ตั้งเป็นโจทย์มาเป็นอย่างแรกเลยก็สำคัญ

ในกรุงเทพฯ มีสถาปัตยกรรมอะไรที่เห็นแล้วรู้สึกชอบ

          อย่างตึกอาคารสำนักงาน ผมชอบตึก ‘ทิปโก้’ เพราะเขามีคอนเซปต์ที่ชัดดี

รูปร่างหน้าตาของอาคารมีความสำคัญอย่างไร

          ผมว่าแล้วแต่การใช้งาน ถ้าเป็นเชิงการค้าสำคัญมาก แต่อาคารที่ต้องการใช้งานพื้นที่ภายในควรไปเน้นที่การใช้สอยมากกว่า แต่จริงๆ แล้วตามหลักการออกแบบ Form Follow Function อยู่แล้ว คือให้วางพื้นที่การใช้สอยก่อนแล้วค่อยมาเน้นที่รูปแบบคือการใช้งานมาก่อน รูปแบบก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยการใช้สอยหมายถึงความต้องการใช้พื้นที่ของอาคารนั้น ขนาดและระยะมิติอะไรทั้งหมด หน้าตาข้างนอกอย่างแรกก็มาจากสไตล์งานที่กำหนดไว้ก่อน สไตล์งานจะเป็นตัวบอกทิศทางของงาน พอพูดถึงสไตล์งานมีคำว่าการใช้งานเข้ามาเราวางพื้นที่ไปคร่าวๆ จะพอเห็นรูปร่างอาคารลอยๆ มาบางๆ แล้ว หลังจากเห็นรูปร่างอาคารแล้วที่เหลือคือการตกแต่ง

หาไอเดียใหม่ๆ อย่างไร

          ส่วนใหญ่เป็นร้านหนังสือ ศึกษางานตามโฆษณาและตามชีวิตประจำวัน เพราะโครงการใหม่ๆ สมัยนี้ก็เน้นดีไซน์มากขึ้น เดี๋ยวนี้ทุกอย่างผมว่าแข่งกันที่ดีไซน์เลย ดีไซน์กับบริการ

คิดว่าที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนกรุงเทพฯ น่าจะมีลักษณะอย่างไร

          ทุกวันนี้คอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเยอะ ในเมืองพื้นที่ก็ค่อนข้างจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ คนก็ทำงานอยู่ในเมืองจำเป็นต้องใช้คอนโดมิเนียมเยอะ คอนโดมิเนียมก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ ก็แล้วแต่คนบางคนเลือกที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น หรือบางคนเน้นความสบาย เน้นธรรมชาติ เน้นความส่วนตัวก็จะเป็นบ้านเดี่ยว

มองว่าจุดเด่นในงานออกแบบของตัวเองคืออะไร

          ผมจะเป็นคนเล่นฟอร์มที่ค่อนข้างจะชัด เน้นงานเล่นฟอร์มและก็เอาเรื่องการประหยัดพลังงานเข้ามามีส่วนร่วมในอาคาร บางโครงการก็ทำได้มาก บางโครงการก็ทำได้น้อย แล้วแต่กรณี แต่ถ้ามีโอกาสทุกโครงการจะคิดเรื่องนี้มาเป็นอันดับต้นๆ

ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ฉบับประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2551

เรื่อง : ไกวเปล

ภาพ : ปวิตร สุวรรณเกต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: