ปูนใหญ่ตั้งการ์ดปี”52 กำเงินสด-ช็อปของถูก

ปูนใหญ่ตั้งการ์ดปี”52 กำเงินสด-ช็อปของถูก
          อาจไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย แต่ก็สร้างความประหลาดใจพอสมควรกับการเปิดเผย ผลประกอบการปี 2551 ที่ผ่านมาของ “ปูนซิเมนต์ไทย” หรือ SCG ยักษ์ใหญ่ ในวงการวัสดุก่อสร้างที่ประกาศตัวเลขผลประกอบการมี ยอดขายรวม 293,230 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10% แต่กลับมีกำไรสุทธิ 16,771 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนถึง 45% ทั้งๆ ที่ผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปี 2551 ยังมียอดขายเติบโต 20% และมีกำไรสุทธิลดลง 18%

          สำหรับปัจจัย หลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและกำไรสุทธิ “กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ SCG ยอมรับว่า มาจากในช่วงไตรมาส 4 บริษัทได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ปรับลดลงอย่างไม่เคย เกิดขึ้นมาก่อน อย่างกลุ่ม “เคมีภัณฑ์” จากเดือนกันยายนราคาขาย 1,500-1,600 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ช่วงปลายปีที่ผ่านมาปรับลดลงเหลือ 800-900 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

ผลการดำเนินงาน บจก. ปูนซีเมนต์ไทยกลุ่มธุรกิจปี 50 -51

 

 

“อธิบายคร่าวๆ คือ เดิมทีเราเคยสั่งวัตถุดิบมาในราคาสูง และขายได้ราคาดี แต่พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

          ทั่วโลกราคาขายสินค้าปรับลดลงอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่าต้นทุนที่ซื้อมา ดังนั้น ตามหลักมาตรฐานทางบัญชีเราจำเป็นต้องบันทึกผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในสต๊อกที่มีอยู่หรือ stock loss เป็นมูลค่าตามราคาตลาดในปัจจุบัน”

          เบ็ดเสร็จแล้ว SCG ต้องบันทึกผลขาดทุนจากมูลค่าสินค้าคงเหลือในสต๊อกรวม 5,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการขาดทุนจากสต๊อกสินค้ากลุ่ม “เคมีภัณฑ์” กว่า 4,000 ล้านบาท

          วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังส่งผลให้ SCG ต้อง “ตั้งการ์ดสูง” ด้วยการแตะเบรกแผนการลงทุนใหม่ที่เตรียมไว้ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ (ปี 2552-2556) ซึ่งต้องใช้งบฯ ลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท อาทิ

          แผนก่อสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศอินโดนีเซีย กำลังผลิต 2 ล้านตัน ใช้งบฯ ลงทุนเกือบ 8,000 ล้านบาท แผนก่อสร้างโรงงานปูนซีเมนต์แห่งที่ 2 ในประเทศกัมพูชา ฯลฯ

          แต่”โอกาส” ใน “วิกฤต” ก็ยังมีอยู่ เพราะแม้จะเบรกแผนลงทุนใหม่ไว้ แต่ซีอีโอของ SCG ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อแผนการก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอาเซียนภายในปี 2558 เพราะถ้ามีดีลที่ดีเกิดขึ้น SCG ก็พร้อมใช้วิธีลงทุนด้วยการการเทกโอเวอร์กิจการ ข้อดีคือ เริ่มผลิตสินค้าได้ทันที

          “ตอนนี้เริ่มมีการเสนอขายกิจการเข้ามาบ้าง แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้ความมั่นใจว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์ worst case scenario เราก็สามารถผ่านไปได้”

          วิธีการลักษณะนี้สื่อความหมายว่า SCG เลือกที่จะ “กำเงินสด” ไว้ในมือซึ่งสะท้อนจากคำพูดของ “กานต์” ที่ระบุว่า ตอนนี้ cash ไม่ใช่ “king” แต่เป็น “super king” โดยช่วงเมษายนนี้เตรียมออกหุ้นใหม่อีก 2 หมื่นล้านบาท หลังจากพฤศจิกายนที่ผ่านมาออกหุ้นไปแล้วจำนวน 1 หมื่นล้านบาท

          พร้อมๆ กับประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้อาจจะเริ่มเห็นผลดีจากมาตรการกระตุ้นช่วงไตรมาสสุดท้าย แต่ที่แน่ๆ ธุรกิจ “ปูนซีเมนต์” ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้น่าจะหดตัวลง หลังจากปี 2551 ที่ผ่านมาตลาดติดลบถึง 6.5%

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: